กรมศุลกากร พลิกโฉมระบบ “Tariff e-Service”ยื่นง่าย-แจ้งไว-โปร่งใส สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
กรมศุลกากร ขานรับนโยบาย “รัฐบาลดิจิทัล” เปิดสัมมนาเตรียมความพร้อมใช้งาน “ระบบบริการพิกัดอัตราศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (Tariff e-Service) รูปแบบใหม่” ยื่นง่าย รู้ผลไว ไม่ต้องรอไปรษณีย์ มุ่งอำนวยความสะดวกภาคเอกชน ลดดุลพินิจ และปิดช่องโหว่ทุจริตอย่างยั่งยืน พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบภายในเดือนสิงหาคม 2569 นี้
วันที่ 29 พฤษภาคม 256
9 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในการเปิดงานสัมมนาเตรียมความพร้อมการใช้งาน “ระบบบริการพิกัดอัตราศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (Tariff e-Service) รูปแบบใหม่” ซึ่งเป็นการดำเนินงานเพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเน้นการยกระดับบริการภาครัฐสู่ “รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ” เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ควบคู่ไปกับการลดช่องว่างในการกระทำการทุจริต ผ่านการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
ให้น้อยที่สุด ณ ห้องประชุม MR210-211 ชั้นที่ 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เนื่องจากการตีความพิกัดอัตราศุลกากร
เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน และยากต่อการทำความเข้าใจของผู้ประกอบการ กรมศุลกากรจึงได้เปิดใช้งานระบบ
Tariff e-Service เพื่อให้บริการวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเป็นฐานข้อมูลในการสืบค้น
คำวินิจฉัยมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 อย่างไรก็ดี จากการใช้งานที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้รวบรวมปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ของระบบ เพื่อปรับปรุงพัฒนาระบบการทำงานให้สามารถรองรับกับความต้องการของภาคเอกชนได้อย่างแท้จริง ยกระดับสู่การเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้รอยต่อ โดยมีจุดเด่นสำคัญที่ปรับปรุงจากระบบเดิม ดังนี้:
1. การให้บริการตีความพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์
• รู้ผลผ่านระบบทันที: เปลี่ยนจากการส่งผลทางไปรษณีย์ เป็นการแจ้งผลผ่านระบบออนไลน์โดยตรง
• ไม่ต้องลงทะเบียนก็ยื่นได้: เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกกับกรมศุลกากร สามารถเข้าใช้งานระบบได้
• รายงานสถานะอย่างเป็นปัจจุบัน: สามารถตรวจสอบสถานะของการดำเนินงานได้อย่างเป็นปัจจุบัน อีกทั้งเจ้าหน้าที่สามารถอัปโหลดข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความชัดเจนในการสื่อสาร
กับผู้ประกอบการ
• เชื่อมโยงคำวินิจฉัยพิกัดกับระบบใบขนสินค้า: สามารถเพิ่มเติมข้อมูลผลการตีความพิกัดอัตราศุลกากร ลงในระบบใบขนสินค้าขาเข้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านพิธีการศุลกากร และลดความผิดพลาด
ในการสำแดงข้อมูลของผู้ประกอบการ
2. ปรับปรุงระบบสืบค้นคำวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากร
• ค้นหาได้สะดวกขึ้น: โดยสามารถใช้ลักษณะสินค้า หรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ในการสืบค้นได้ทันที
• เชื่อมโยงจากทุกฐานข้อมูล: เชื่อมโยงฐานข้อมูลคำวินิจฉัยจากองค์การศุลกากรโลก (WCO)
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ รวมถึงคำวินิจฉัยพิกัดศุลกากรล่วงหน้า
• แสดงข้อมูลของต้องห้าม-ต้องกำกัด: แสดงข้อมูลสินค้าโดยเฉพาะสินค้าควบคุมหรือสินค้าต้องห้ามตามกฎหมายจำนวน 5 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์
พ.ศ. 2530 ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการดำเนินพิธีการศุลกากร
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาและปรับปรุงระบบบริการพิกัดอัตราศุลกากร
ทางอิเล็กทรอนิกส์ Tariff e-Service ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัลของกรมศุลกากรในการยกระดับการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนต้นทุนและลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว แต่ยังสามารถลดข้อผิดพลาดและระยะเวลาในการดำเนินการทางศุลกากร ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าโลกต่อไป


