กรมศุลกากรประกาศความร่วมมือกับสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักร สกัดกั้นการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงความร่วมมือกับสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ สหราชอาณาจักร ภายใต้กรอบการทำงาน “Thailand – UK Partnership on Cannabis Border Controls and Enforcement” เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมชายแดนและสกัดกั้นการลักลอบส่งออกกัญชาผิดกฎหมาย โดยระบุว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบความพยายามลักลอบนำกัญชาออกไปยังยุโรปและสหราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง โดยจับกุมได้กว่า 3,000 คดี ยึดของกลางรวม 37 ตัน สาเหตุหลักมาจากกัญชาไทยมีคุณภาพดีและสาร THC สูง อีกทั้งส่วนต่างของราคาที่เมื่อส่งออกได้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 40 เท่า
กรมศุลกากรจึงได้ปรับเกณฑ์การลงโทษใหม่เพื่ออุดช่องโหว่ จากเดิมที่ใช้วิธียึดของกลางแล้วปล่อยตัว ซึ่งพบว่าผู้กระทำผิดมักเลื่อนตั๋วเดินทางเพื่อกลับไปซื้อกัญชามาลักลอบใหม่ จึงกำหนดให้ยึดของกลางและปรับในอัตรา 30,000 บาทต่อกิโลกรัม โดยหากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ จะถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและฝากขังทันที พร้อมย้ำจุดยืนว่ากัญชาไทยปลดล็อกเพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่อนุญาตให้ใช้สันทนาการหรือลักลอบส่งออก
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวอีกว่า ทางการสหราชอาณาจักรได้ร่วมสนับสนุนทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีตรวจค้น และการแลกเปลี่ยนข่าวกรองอย่างใกล้ชิด เพื่อทลายเครือข่ายที่มักใช้โซเชียลมีเดียชักจูงผู้ลักลอบ พร้อมกล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยที่มุ่งมั่นบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งจะช่วยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ปัจจุบันกรมศุลกากรได้นำระบบประมวลผลข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้ามาใช้คัดกรองความเสี่ยง ทำให้สามารถจับกุมผู้กระทำผิดทั้งชาวอังกฤษ เบลเยียม เยอรมัน และอินเดีย ได้ทุกวัน



