รายงานพิเศษ: ผ่าโมเดลศุลกากรยุคใหม่ ปรับระบบตรวจเข้มหนุน SME ไทย
รายงานพิเศษ: ผ่าโมเดลศุลกากรยุคใหม่ อุดรอยรั่วสินค้านำเข้าต่ำกว่า 1,500 บาท ปรับระบบตรวจเข้มหนุน SME ไทย
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากรให้สัมภาษณ์พิเศษ ถึงทิศทางการดำเนินงานของกรมศุลกากร ดังนี้
1. ปัญหาและการปรับเกณฑ์ “สินค้านำเข้าไม่เกิน 1,500 บาท”
เดิมพันช่องโหว่ภาษี: เดิมทีกฎหมายยกเว้นอากรศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แก่พัสดุนำเข้าที่มีราคา CIF ไม่เกิน 1,500 บาท ทำให้นายทุนต่างชาติใช้ช่องทางนี้สำแดงราคาเท็จ (Under-invoicing) สินค้าราคาสูงถูกแจ้งว่าราคาต่ำกว่าเกณฑ์ หรือใช้วิธีแตกพัสดุกระจายส่งหลายกล่องเพื่อหลบเลี่ยงภาษี
ผลกระทบ: สินค้าราคาถูกจากภายนอกทะลักเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง บั่นทอนขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ไทยที่มีต้นทุนการผลิตและภาระภาษีถูกต้อง
การปรับมาตรการ: นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เน้นย้ำการเดินหน้าปรับปรุงกฎเกณฑ์ร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยเริ่มจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ในสินค้าทุกชิ้น และเตรียมพร้อมกลไกการจัดเก็บอากรขาเข้าตั้งแต่บาทแรก เพื่อสร้างสนามการค้าที่เป็นธรรมและเท่าเทียม
2. กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ
ปริมาณพัสดุมหาศาล: ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ต้องรองรับพัสดุนำเข้าจากทั่วโลกวันละหลายหมื่นถึงหลักแสนชิ้น
ระบบคัดกรอง 3 เลน (Green / Yellow / Red Lane):
ของยกเว้น/ไม่ติดเกณฑ์ (Green Lane): พัสดุของใช้ส่วนตัว เอกสาร หรือของที่ไม่มีมูลค่าทางการค้า จะถูกปล่อยผ่านเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
ของต้องเปิดตรวจ/สงสัย (Red Lane): สินค้าที่มีข้อสงสัยเรื่องการสำแดงราคาต่ำเกินจริง หรือเข้าข่ายสินค้าควบคุม/ต้องห้าม จะถูกคัดแยกเข้าเครื่อง X-ray และเปิดตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย
การประเมินราคาตามจริง: หากตรวจพบการสำแดงเท็จ เจ้าหน้าที่จะดึงฐานข้อมูลราคากลางมาคำนวณภาษีตามมูลค่าแท้จริง พร้อมออกใบแจ้งให้ผู้รับมาชำระภาษีและค่าปรับตามกฎหมาย
3. การบูรณาการเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม e-Commerce
MOU กับแพลตฟอร์มรายใหญ่: กรมศุลกากรผลักดันความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม e-Commerce ข้ามชาติ เชื่อมโยงข้อมูลสินค้าและราคาตั้งแต่ต้นทาง (Pre-arrival Data) คำนวณและหักภาษีเบ็ดเสร็จ ณ จุดชำระเงิน (Checkout) ลดปัญหาความแออัดของพัสดุตกค้าง ณ ศูนย์คัดแยก
คัดกรองสินค้าไม่ได้มาตรฐาน: บูรณาการฐานข้อมูลร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สกัดกั้นสินค้าอันตราย เครื่องสำอางเถื่อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าไร้มาตรฐาน มอก. ไม่ให้หลุดรอดไปถึงมือผู้บริโภค
บทความรายงานพิเศษ (Special Investigative Report)
วิกฤตสินค้านอกตีตลาด: จุดเริ่มต้นของการรื้อเกณฑ์ภาษี 1,500 บาท
กระแสช้อปปิ้งออนไลน์ข้ามพรมแดนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด กลายเป็นดาบสองคมที่ท้าทายระบบเศรษฐกิจไทย สินค้าราคาหลักสิบหลักร้อยจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ประเทศผ่านไปรษณีย์และบริษัทขนส่งเอกชนวันละนับแสนชิ้น โดยในอดีตสินค้าที่มีมูลค่า CIF (ราคาสินค้า + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง) ไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับสิทธิยกเว้นทั้งอากรศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม
ช่องว่างดังกล่าวกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้ผู้ค้าต่างชาติใช้กลยุทธ์ “แตกพัสดุชิ้นเล็ก” และ “สำแดงราคาต่ำกว่าจริง (Under-invoicing)” ทำให้สินค้าทะลักเข้าไทยโดยไม่ต้องเสียภาษี ส่งผลให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีภาระต้นทุนภาษีถูกต้องไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุถึงทิศทางนโยบายว่า กรมศุลกากรจำเป็นต้องปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่เพื่ออุดรอยรั่วนี้ โดยยกเลิกการยกเว้นภาษีและเริ่มจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) กับสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรก พร้อมเตรียมผลักดันการจัดเก็บภาษีศุลกากรอย่างครอบคลุม เพื่อฟื้นฟูความเป็นธรรมให้กับห่วงโซ่การค้าภายในประเทศ
เปิดกระบวนการ X-Ray ศูนย์ไปรษณีย์: สกัดของเถื่อน ประเมินราคาจริง
ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ซึ่งเป็นประตูด่านหน้าของการรับพัสดุระหว่างประเทศ ได้นำระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการคัดกรองแบบจำแนกสีมาปรับใช้อย่างเข้มข้น:
คัดกรองผ่าน Data และระบบสแกน: พัสดุทุกชิ้นจะผ่านเครื่องสแกน X-ray ตรวจสอบโครงสร้างพัสดุภายในอย่างละเอียด หากตรวจพบสิ่งผิดปกติจะถูกจัดเข้าสู่เลนตรวจสอบพิเศษ (Red Lane)
เปิดตรวจร่วม: หากพบพัสดุต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำการเปิดกล่องร่วมกับตัวแทนไปรษณีย์ไทยเพื่อความโปร่งใสและเป็นไปตามระเบียบสากล
เทียบราคาตลาดโลก: กรณีที่สินค้าแบรนด์เนมหรือแกดเจ็ตไอทีถูกระบุราคาหน้ากล่องเพียงไม่กี่ดอลลาร์ ศุลกากรมีฐานข้อมูลราคากลางในการประเมินภาษีย้อนหลัง พร้อมเรียกเก็บภาษีและค่าปรับตามกฎหมายทันที
เชื่อมระบบ Big Data สู่แพลตฟอร์ม: ทางออกยั่งยืนของการค้าไร้พรมแดน
นายพันธ์ทอง ชี้ว่าการตรวจพัสดุทีละชิ้นไม่ตอบโจทย์ปริมาณการค้าในยุคดิจิทัล กรมศุลกากรจึงเร่งผลักดันการเชื่อมต่อระบบข้อมูลล่วงหน้า (Pre-Arrival Processing) ร่วมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ระดับโลก:
1. หักภาษีแบบเบ็ดเสร็จ (End-to-End Collection): ผู้บริโภคชำระภาษีพร้อมราคาสินค้าตั้งแต่ขั้นตอน Checkout บนหน้าแอปพลิเคชัน ทำให้กระบวนการภาษีจบตั้งแต่ต้นทาง
2. พิธีการศุลกากรล่วงหน้า: ข้อมูลรายการพัสดุถูกส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรก่อนเที่ยวบินหรือตู้สินค้าจะมาถึง ลดเวลาการกักตรวจสินค้าที่ด่านศุลกากร
3. การคุ้มครองผู้บริโภคเข้มงวด: บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เช่น อย. และ สมอ. เพื่อสกัดสินค้าผิดกฎหมาย ยา สารเคมีอันตราย รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าไร้มาตรฐาน มอก. ตั้งแต่ก่อนผ่านแดนเข้ามาสร้างผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนไทย



