ธอส. หนุนนโยบายรัฐ อัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1% ดันติดโซลาร์เซลล์ รับเงินชดเชย 50,000 บาท ช่วยประชาชนเซฟค่าไฟระยะยาว
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนพลังงานของรัฐบาล ชูผลิตภัณฑ์สินเชื่อโซลาร์เซลล์ดอกเบี้ยต่ำ ผสานเงินชดเชยจากรัฐบาล 50,000 บาท ช่วยครัวเรือนลดภาระค่าไฟฟ้า มุ่งตอบโจทย์บ้านที่มีค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป คาดพร้อมเปิดลงทะเบียนพฤศจิกายนนี้ 
ดร.มหัทธนะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ร่วมกับกระทรวงพลังงานว่า ธอส. พร้อมนำเสนอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อสนับสนุนประชาชนในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลจะให้เงินชดเชยค่าติดตั้ง 50,000 บาทต่อครัวเรือน ส่วนวงเงินค่าติดตั้งที่เหลือ ธอส. จะเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อด้วยเงินทุนของธนาคารเอง
สำหรับเงื่อนไขการขอสินเชื่อ ประชาชนสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมได้ ได้แก่
สินเชื่อ ธอส. แบบมีหลักประกัน:** คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1% โดยมีความยืดหยุ่นสูง ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อผู้กู้ตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า (เหมาะสำหรับลูกที่ต้องการกู้ติดตั้งให้พ่อแม่) สินเชื่อตามโครงการรัฐแบบไม่มีหลักประกัน:** อัตราดอกเบี้ยประมาณ 2.5% – 3% ต้นๆ ซึ่งจะพิจารณาอนุมัติจากประวัติการใช้ไฟฟ้าของบ้านหลังนั้นเป็นหลัก
ดร.มหัทธนะ แนะนำเทคนิคการเลือกใช้สิทธิ์แบบผสมผสาน (Hybrid) ว่า ประชาชนสามารถรับเงินสนับสนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาทจากรัฐบาล (เน้นขนาด 5 kW ซึ่งเหมาะกับบ้านที่มีค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาท/เดือนขึ้นไป) แล้วนำยอดส่วนที่เหลือมาขอสินเชื่อดอกเบี้ย 1% จาก ธอส. ยกตัวอย่างเช่น ค่าติดตั้งรวม 140,000 บาท หักเงินชดเชย 50,000 บาท เหลือยอดกู้เพียง 90,000 บาท ซึ่งมีระยะเวลาคืนทุนและผ่อนกู้เฉลี่ย 7 ปี คิดเป็นค่างวดผ่อนชำระเพิ่มเพียงประมาณ 900 บาทต่อเดือนเท่านั้น
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเน้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองภายในบ้านช่วงกลางวัน (Self-consumption) เป็นหลักโดยไม่มีระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ในด้านขั้นตอนการดำเนินงาน การไฟฟ้าฯ จะเป็นผู้ดูแลสเปกอุปกรณ์ รายชื่อผู้ขาย ตรวจสอบโครงสร้างหลังคา และตรวจรับงานเมื่อติดตั้งเสร็จ ขณะที่ ธอส. จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) และจะโอนจ่ายเงินงวดสุดท้ายเมื่อการไฟฟ้ายืนยันการเปิดจ่ายไฟเรียบร้อยแล้ว
เดิมทีโครงการนี้วางแผนจะเปิดลงทะเบียนช่วงต้นเดือนตุลาคม แต่เนื่องจากธนาคารต้องเร่งระดมทรัพยากรช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศก่อน จึงคาดว่าจะขยับกำหนดการเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 แทน

