วันอาทิตย์, สิงหาคม 23, 2026
ข่าวทั่วไป

“ปวีณา” รับ3เหยื่อสาวไทยถูกหลอกขายตัว “เมียนมา”

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กเเละสตรี พาพ่อเหยื่อเดินทางไปพร้อมผู้เเทน พ.อ.ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 2, พ.อ.อนุวัช ปัญญานันท์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 2, พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, พ.ต.อ. เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.เชียงราย  และนางสาวภาณี จันทร์ตัน พมจ.เชียงราย เดินทางมารับหญิงไทย 3 ราย ถูกหลอกค้าประเวณี ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ โดยนางปวีณาขอความช่วยเหลือ พ.อ.ณฑีประสานกับทหารเมียนมา เเละวันที่ 27 พ.ย.65 ทหารเมียนมาได้ส่งตัวหญิงไทยทั้ง 3 คน กลับมาที่ด่านพรมแดนเเม่สายเเห่งที่ 2 เวลา 14:00 น.

สืบเนื่องจากช่วงเดือน ต.ค. 65 แม่และพ่อของเหยื่อทั้ง 5 ราย ได้ร้องทุกข์ต่อนางปวีณาให้ช่วยเหลือลูกสาวถูกหลอกเเละบังคับค้าประเวณีเมืองล็อกกิ่ง ประเทศเมียนมา รายละเอียดดังนี้

รายที่ 1
3 ต.ค. 65  พ่อชาวจังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิปวีณาฯ เเจ้งว่า ลูกสาวอายุ 27 ปี, 29 ปี และเพื่อนลูกสาวอายุ 28 ปี รวมทั้งหมด 3 คน ได้หางานผ่านเฟซบุ๊ก จากนั้นได้มีผู้หญิงทักแชตเข้ามาบอกว่าเป็นงานชงเหล้าที่ร้านชื่อ KTV เคลิ่วซินไปลี่ หญิงสาวทั้ง 3 คน จึงตกลงเดินทางไปทำงานวันที่ 21 ก.ย.65 โดยเดินทางข้ามช่องทางธรรมชาติ จ.เชียงราย เมื่อถึงประเทศเมียนมาจะมีรถมารับเป็นช่วงๆ ใช้เวลาเดินทาง 5 วัน เมื่อมาถึงร้าน ทางเจ้าของร้านมาพูดคุยเรื่องงานว่าต้องมีการขายบริการทางเพศ และต้องอาบน้ำให้ลูกค้า แต่ลูกสาวและเพื่อนปฏิเสธที่จะไม่ทำงานดังกล่าวจึงถูกทำร้าย ลูกสาวเล่าว่า มีความเป็นอยู่ยากลำบาก และถูกบังคับให้เสพสารเสพติด ไม่สามารถที่จะหนีออกมาได้เพราะมีคนคุมตลอดเวลา ถูกบังคับให้ค้าประเวณี หากไม่ยอมก็ถูกทำร้าย ทุบตี ไม่ให้กินข้าว ทนทุกข์ทรมานมาก

รายที่ 2
18 ต.ค.65 เเม่อยู่กรุงเทพมหานคร เดินทางมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ เล่าว่า ลูกสาวอายุ 17 ปี ถูกเพื่อนหลอกไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเมียนมา โดยลูกสาวติดต่อกลับมาหาแม่ให้ช่วยเหลือ ลูกสาว เล่าให้ฟังว่า ช่วงต้นเดือน ต.ค.65 มีเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันชักชวนไปทำงานที่แม่สาย จากนั้นเพื่อนรุ่นพี่หลอกให้ข้ามฝั่งไปประเทศเมียนมา และพาไปบังคับค้าประเวณี โดนทำร้ายร่างกายทุกวันหากไม่ทำ และบังคับให้เสพยาเสพติด ลูกสาวร้องไห้บอกอยากฆ่าตัวตาย ขอความช่วยเหลือด่วน

รายที่ 3
21 ต.ค.65 เเม่ชาวจังหวัดสมุทราปราการ เดินทางมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ เล่าว่า ลูกสาวอายุ 26 ปี ได้ติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากแม่เมื่อวันที่ 18 ต.ค.65 ว่า ตอนนี้อยู่ที่เมืองล็อกกิ่ง ประเทศเมียนมา โดนยึดพาสปอร์ตและถูกกักบริเวณไม่ให้ออกไปไหน โดยก่อนหน้านี้แจ้งแม่ว่าจะไปเที่ยวสิงคโปร์กับเพื่อน และถูกพาไปบังคับค้าประเวณี ถูกทำร้ายร่างกายทุกวัน ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ติดตามช่วยเหลือลูกกลับคืนมาด้วยโดยเร็ว

หลังรับเรื่องนางปวีณาได้วิดีโอคอล หญิงสาวทั้ง 5 ราย ทุกคนร้องไห้เล่าว่าอยู่อย่างทุกข์ทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็น บางวันก็ไม่ได้กินข้าว ทำงานไม่ได้เงิน หากรับเเขกไม่ดีไม่เอาใจก็ถูกทุบตี ทำร้ายร่างกาย จนระบมไปทั้งตัว ขอให้ช่วยเหลือออกจากขุมนรกนี้ด้วย

จากนั้นนางปวีณาได้ประสาน พ.อ.ณฑี ทิมเสน ผบ.ฉก.ม.2  และประธานคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ส่วนท้องถิ่น (TBC) ฝ่ายไทย เเละสถานทูตไทยในประเทศเมียนมา เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือหญิงสาวทั้ง 5 ราย 

ต่อมาวันอังคารที่ 1 พ.ย.65 นางปวีณาได้พาพ่อและแม่ของผู้เสียหายเดินทางไป จ.เชียงราย เพื่อติดตามการช่วยเหลือหญิงไทยทั้ง 5 ราย โดยได้ร่วมประชุมกับ พ.อ.ณฑี, ผู้เเทนทหารเมียนมา, พ.ต.อ.เขมชาติ, นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอเเม่สาย เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในที่ประชุมนางปวีณาได้วิดีโอคอลให้ที่ประชุมได้พูดคุยกับเหยื่อทั้ง 5 ราย พร้อมวิดีโอคอลกับกงสุลไทยในเมียนมา เพื่อสอบถามข้อมูลและวางแผนช่วยเหลือ โดยผู้เเทนทหารเมียนมาแจ้งว่า เมืองล็อกกิ่ง เป็นเขตปกครองพิเศษ การเดินทางไปต้องข้ามภูเขา อยู่ติดกับชายแดนจีน การเดินทางค่อนข้างลำบากต้องใช้เวลาหลายวัน เเละรับปากจะรีบดำเนินการประสานงานช่วยเหลืออย่างเต็มที่

วันเสาร์ที่ 5 พ.ย.65 นางปวีณาได้รับแจ้งจากจาก พ.อ.ณฑีว่า ทหารเมียนมาสามารถเข้าไปช่วยเหลือหญิงไทยจำนวน 3 รายได้แล้ว ส่วนอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการประสานงานช่วยเหลือ

วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. 65 กงสุลไทยในเมียนมา แจ้งนางปวีณาว่า ทางตำรวจเมียนมาได้เข้าไปช่วยเหลือหญิง 2 รายได้แล้ว และจะนำตัวไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจเมืองล็อกกิ่ง ก่อนจะทำเรื่องส่งตัวกลับประเทศไทย

และวันที่ 27 พ.ย 65  นางปวีณาได้พาพ่อผู้เสียหาย  เดินทางไป จ.เชียงราย เพื่อรับหญิงไทยทั้ง 3  รายที่ได้รับการช่วยเหลือจากทหารเมียนมา, ทหารไทย, สถานทูตไทยในเมียนมา เเละตำรวจไทย และนางปวีณาจะพาไปพบ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เพื่อขยายผลติดตามผู้กระทำผิดหลอกหญิงไทยไปค้าประเวณีที่เมียนมาต่อไป.